วิวาห์อลเวง เจ้าบ่าวถูกจับแต่งตัวเป็นผีทหาร ทดสอบว่ารักเจ้าสาวลึกซึ้งแค่ไหน

วิวาห์อลเวง เจ้าบ่าวถูกจับแต่งตัวเป็นผีทหาร ทดสอบว่ารักเจ้าสาวลึกซึ้งแค่ไหน

เว็บไซต์ข่าวประเทศจีนรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา งานแต่งงานหนึ่งในหมู่บ้านยูนสุ่ยพู่ เมืองเซ่าหยาง มณฑลเหอหนาน เจ้าบ่าวหนุ่มต้องกลายเป็นที่ตลกขบขัน เนื่องจากถูกบรรดาเพื่อนๆ ทั้งผู้ชายผู้หญิงจับแต่งตัวเป็นเหมือนกับกุ่ยจื่อหรือผี ซึ่งเป็นคำที่ชาวจีนใช้เรียกชาวต่างด้าวที่บุกรุกประเทศจีน

พร้อมทั้งแบกปืนยาวเก่าๆ มาให้ถือ ผูกขวดเบียร์ห้อยเอว แต่งหน้าแต่งตาให้จนดูเหมือนคนญี่ปุ่น อีกทั้งยังร้องตะโกนเสียงดังว่า คนบ้า พากันเดินยกขบวนไปบ้านเจ้าสาวเพื่อไปรับตัวว่าที่ภรรยาของเขามาเข้าพิธี

โดยชาวบ้านบอกกันว่า ขนบธรรมเนียมประเพณีจับเจ้าบ่าวแต่งตัวและแกล้งเจ้าบ่าวนี้ เป็นการทดสอบว่าเจ้าบ่าวรักเจ้าสาวลึกซึ้งมากแค่ไหน

ลูกสาวเปิดใจ น่าอโหสิกรรมไหม กระบะไม่ให้กู้ชีพไปช่วยแม่

ตร.บางบัวทอง เผยคดีรถฉุกเฉินชนกระบะแล้วรอประกัน จนทำให้ไปรับผู้ป่วยหนักไม่ทันและเสียชีวิต สั่งปรับทั้ง 2 ฝ่าย ด้าน ลูกสาวผู้ตายบอกยังไม่คิดฟ้องรถกระบะ รอให้จบงานศพก่อน

ลูกสาวเปิดใจ น่าอโหสิกรรมไหม กระบะไม่ให้กู้ชีพไปช่วยแม่

จากเหตุการณ์ รถตู้ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน กร -1767 นนทบุรี ซึ่งเป็นรถกู้ชีพของโรงพยาบาลบางบัวทอง มีนายณัชพล อายุ 35 ปี เป็นผู้ขับขี่กำลังเดินทางไปรับผู้ป่วย แต่ได้เกิดเฉี่ยวชนกับรถยนต์กระบะ คู่กรณี ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน ถธ-6997 กทม.มี นายชัยวัฒน์ อายุ 53 ปี เป็นคนขับ

จากการตรวจสอบรถกู้ชีพพบรอยเฉี่ยวที่ท้ายรถด้านซ้าย มีสีถลอกเล็กน้อย ส่วนรถยนต์กระบะมีรอยเฉี่ยวชนที่กันชนด้านหน้าขวา ได้รับความเสียหายเล็กน้อยเช่นกัน คนขับรถกระบะไม่ยินยอมให้รถพยาบาลออกจากที่เกิดเหตุเนื่องจากยังตกลงกันไม่ได้ จนกว่าประกันจะมา ก่อนที่ทางทีมพยาบาลประสานจะแจ้งรถคันใหม่ไปรับ กินเวลากว่านาน ทำให้ผู้ป่วย เสียชีวิต ในเวลาต่อมา

ล่าสุด เมื่อวันที่ (19 ม.ค.60) เวลา 17.00 น.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อเข้าพบ พ.ต.อ.อรรณพ นวมนาคะ ผกก.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า จากการสอบถามร้อยเวรเจ้าของคดี ทราบว่า รถกู้ชีพรีบไปรับผู้ป่วยที่หมู่บ้านบัวทอง

แต่รถได้เฉี่ยวชน กับรถกระบะ และคู่กรณีตกลงกันไม่ได้ จึงเดินทางมา ที่ สภ.บางบัวทอง และทำการสอบสวน พร้อมทั้งแจ้งข้อหาประมาทร่วม โดยเสียค่าปรับ คนละ 400 บาท ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ

และทราบว่า ผู้ป่วยที่ติดต่อให้รถกู้ชีพจะไปรับที่หมู่บ้านบัวทอง ได้เสียชีวิตลง ก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะรถพยาบาลคันใหม่ที่จะไปรับช่วงแทน ใช้เวลานานกว่า 30 นาที ประกอบกับทางผู้ป่วยมีอาการหนัก ส่วนเรื่องการเรียกร้องสิทธิ ต่างๆ จากญาติคนเจ็บนั้นขณะนี้ยังไม่มีการมาแจ้ง เพราะยังอยู่ในอาการเศร้าโศก ต้องรอว่าทางญาติจะตัดสินใจอย่างไรต่อไป

ทางด้านทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.บางบัวทอง ที่ปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 18 ม.ค.60 นายณัชพล , น.ส.อำภา , น.ส.ลัลนา เปิดเผยว่า การออกปฏิบัติหน้าที่แต่ละครั้ง รถ ems ต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะว่าชีวิตคนสำคัญถ้าเราช้าไปเสียววินาทีหนึ่ง เราอาจเสียคนสำคัญของครอบครัวๆ หนึ่ง

จากเหตุการณ์เมื่อวานตนรู้สึกท้อและกดดันหลายอย่าง พอเจอเหตุการณ์แบบนี้เราก็ลำบากใจ อยากฝากถึงประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนถ้าได้ยินเสียงรถกู้ชีพหรือกู้ภัย ทุกคันเร่งที่จะไปช่วยคนไข้ที่อาจจะเป็นญาติคุณก็ได้ หลบให้รถฉุกเฉินสักนิดหนึ่ง

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ วัดคงคา ริมถนน ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ที่ศาลา 3 พบว่า มีพระและญาติ ได้เคลื่อนย้ายศพ นางชูศรี อายุ 74 ปี จากศาลา 3 มาที่ ศาลา 6 โดยมีญาติและลูกหลาน กำลังเตรียมการอยู่ที่บนศาลา

สอบถาม น.ส.พร (นามสมมติ) เป็นบุตรสาวของ นางชูศรีฯ เปิดเผยว่าวันนี้ได้เดินทางไปที่ สภ.บางบัวทอง พร้อมนำเอกสารการเสียชีวิตไปให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับไปแจ้งลงบันทึกการเสียชีวิตด้วย

ส่วนการแจ้งความหรือเอาผิดกับทางคนขับรถกระบะนั้น ต้องรอปรึกษากับญาติๆ ก่อนว่า จะดำเนินการกันอย่างไรต่อ เพราะตอนนี้วุ่นวายเรื่องงานศพของแม่อยู่คงต้องรอให้เสร็จก่อนค่อยว่ากันอีกครั้ง อีกอย่างช่วงนี้กระแสข่าวแรงมากก็เกรงอยู่เหมือนกัน

ต่อมาทางผู้สื่อข่าวถามว่า จะอโหสิกรรม ให้กับผู้ที่ขับขี่รถยนต์กระบะซึ่งเป็นคู่กรณีกับรถพยาบาลหรือไม่ น.ส.พร(นามสมมติ) ตอบด้วยสีหน้าไม่พอใจว่า น่าอโหสิกรรมไหมละ ก่อนที่จะขอตัวเดินไปจัดเตรียมเรื่องในพิธีงานศพต่อ ซึ่งจะตั้งศพสวดพระอภิธรรม ไปจนถึงวันที่ 22 ม.ค.60 และจะฌาปนกิจ วันที่ 23 ม.ค.60 เวลา 16.00 น.

ปวีณา ร่วมรับศพหนูน้อย5เดือน โดนแม่วัยใสทำร้าย ครอบครัว สุดอาวรณ์

คืบหน้ากรณีผู้เป็นย่าเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา ว่า ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 5 เดือน หลานสาว ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสต้องผ่าตัดสมอง โดยมีเพื่อนบ้านเป็นพยานรู้เห็นว่า หลานสาวน่าจะถูก น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ทำร้ายร่างกาย โดย ด.ญ.เอ ได้รักษาตัวอยู่ในห้อง ไอ.ซี.ยู. รพ.ศิริราช ซึ่งในวันนี้ ด.ญ.เอ ได้เสียชีวิตลงแล้ว

ปวีณา ร่วมรับศพหนูน้อย5เดือน โดนแม่วัยใสทำร้าย ครอบครัว สุดอาวรณ์

ใบมรณะบัตรระบุสาเหตุการเสียชีวิตของหนูน้อย มาจากอวัยวะสำคัญของร่างกายถูกกระแทกอย่างรุนแรงโดยเฉพาะบริเวณศีรษะมีอาการกะโหลกร้าวและมีเลือดคลั่งในสมองและมีอาการไตวาย นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยฟกช้ำหลายแห่งตามร่างกายของหนูน้อยอีกด้วย ซึ่งผู้เป็นแม่วัย 17 ปี ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา โดยฝ่ายพ่อของหนูน้อยยืนยันว่าเคยพบเห็นภรรยาหรือผู้เป็นแม่ของหนูน้อยทำร้ายร่างกายลูกหลายครั้ง ประกอบกับคำให้การของเพื่อนบ้านซึ่งเคยพบเห็น การทำร้ายร่างกายของหนูน้อยเช่นกัน ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของหนูน้อยรายนี้

มูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรีจะดูแลค่าใช้จ่ายในการทำศพและฌาปนกิจ เบื้องต้น 1 หมื่นบาท รวมถึงในส่วนของคดีที่เกิดขึ้นกับเด็กและผู้เกี่ยวข้องเป็นเยาวชน ทางมูลนิธิจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปหาทางช่วยเหลือเยียวยาต่อไป

ส่วนความคืบหน้าของคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดย พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อรัญวัฒน์ รอง ผบก.น.8 เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนสน.บุปผาราม ยังต้องสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะแม่ของเด็ก ซึ่งยังเป็นเยาวชนที่ต้องมีเจ้าหน้าที่จาก ก.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมสอบปากคำด้วย และพยานแวดล้อมอื่นๆ เพิ่มเติมก่อนจะมีการพิจารณาอีกครั้ง ในวันนี้ผลชันสูตรออกมาแล้วก็ถือเป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาก่อนแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

เผาแล้ว! ศพทอมสาวโดนอุ้มฆ่า ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัย

จากกรณีที่ น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง หรือหญิง สาวทอมถูกอุ้มฆ่าฝังดิน จากปมเรื่องชู้สาวกับ น.ส.กรรณิกา กรุมรัมย์ โดยมี พ.ต.อ. อำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็นผู้จ้างวานและบงการฆ่า ส่วนศพของผู้ตายนั้น นายบุญชู พลไธสง และนางสมพิศ ตรัยจันทร์แดง ผู้เป็นบิดา-มารดา ได้มารับไปเพื่อบำเพ็ญกุศลยัง วัดคลองเจริญบุญ บ้านคลองอีแตก อ.เมือง จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2560

เผาแล้ว! ศพทอมสาวโดนอุ้มฆ่า ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัย

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 16 มกราคม 2560 ซึ่งเป็นวันกำหนดฌาปนกิจศพ น.ส.สุภัคสรณ์ นั้น มีนายฐานิสร์ เทียนทอง อดีต รมช.มหาดไทย เป็นประธานในพิธี ซึ่งในงานเต็มไปด้วยญาติ เพื่อนฝูง และคนรู้จัก ซึ่งน้องชายของ น.ส.สุภัคสรณ์ ได้บวชหน้าไฟให้พี่สาวเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลหลังผู้เป็นพี่ต้องจากไปโดยไม่มีวันกลับ

โดยหลังจากเคลื่อนศพ น.ส.สุภัคสรณ์ ขึ้นสู่เมรุ บรรดาเพื่อนๆ ที่ร้านอาหารอีสานหมู่เฮา ที่น้องหญิงทำงานเป็นนักร้อง สวมชุดพื้นบ้านมาร่วมเซิ้งหน้าศพ เป็นการส่งวิญญาณเพื่อนสู่สุคติด้วย อีกทั้งยังได้มีการเปิดเพลงของจินตรา พูนลาภ ซึ่งเป็นเพลงที่น้องหญิงชอบร้องในห้องอาหารด้วย

สำหรับบรรยากาศในงานศพ น.ส.สุภัคสรณ์ เต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยผู้เป็นบิดา-มารดา ต่างร่ำไห้ด้วยความคิดถึงลูกสาวตลอดเวลา ขณะเดียวกันมีการเปิดเผยจากเพื่อนสนิทผู้ตายว่า น.ส.สุภัคสรณ์ มาเข้าฝันขอให้ร้องเพลงแผลเก่าเป็นครั้งสุดท้าย แต่เนื่องจากทางญาติไม่ได้เตรียมการไว้จึงไม่มีโอกาสร้องให้ฟังในครั้งนี้

หึงโหด! อดีตสามีเลือดขึ้นหน้า คว้ามีดจ้วงแทงเมียนับ 10 แผล ดับคาวินจยย.

พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ สุริยะโวหาร ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้หญิงอาชีพจักรยานยนต์รับจ้างถูกแทงด้วยอาวุธมีดนอนเสียชีวิต ที่วินรถจักรยานยนต์หน้าห้างเทสโก้โลตัส สาขาเมืองปทุมธานี ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

หึงโหด! อดีตสามีเลือดขึ้นหน้า คว้ามีดจ้วงแทงเมียนับ 10 แผล ดับคาวินจยย.

พบร่าง นางปนัดดา ศรีคงคา อายุ 41 ปี ชาว ต.บางขะแยง อ.เมือง จ.ปทุมธานี อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง วินโลตัสปทุมธานี มีบาดแผลถูกของมีคมแทงเข้าที่ร่างกายบริเวณหัวไหล่ซ้าย 4 แผล หน้าท้อง 1 แผล และที่บริเวณกลางหลังอีก 7 แผล

โดยผู้ก่อเหตุยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ทราบชื่อ นายชาญชัย เจตมณี อายุ 44 ปี อยู่บ้านเดียวกับผู้ตาย อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง วินโลตัสปทุมธานี เช่นเดียวกัน และเป็นพนักงานบริษัทเสริมสุข แผนกควบคุมคุณภาพ เกี่ยวข้องเป็นอดีตสามีผู้ตาย
จากการสอบถามเพื่อนของผู้ตาย กล่าวว่า ตนเห็นนายชาญชัยมายืนรอผู้ตายที่วิน เมื่อผู้ตายขับรถจักรยานยนต์เข้ามา หลังจากไปส่งผู้โดยสาร นายชาญชัยก็เข้าไปทำร้ายด้วยการใช้อาวุธมีดแทง ตนจึงได้แย่งมีดและโยนทิ้งจากนั้นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยหลังก่อเหตุก็ไม่ได้หนีไปไหนรอมอบตัวดังกล่าว

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบถามนายชาญชัยทราบว่าตนกับผู้ตายเคยเป็นสามีภรรยากัน แต่เนื่องจากเลิกรากันแล้ว และอ้างว่าถูกแฟนใหม่ของผู้ตายมาเยาะเย้ย และคิดว่าผู้ตายเป็นผู้ที่ใช้ให้มาทำพฤติกรรมดังกล่าว จึงได้เกิดเหตุขึ้น พร้อมได้นำตัวไปโรงพักดำเนินคดีตามกฎหมาย

ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพ เก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้เสียชีวิตมอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาสาเหตุการตายก่อนให้ญาติมารับศพเพื่อไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป

ศรีวราห์ไม่ชัดขอศาลหมายค้นวัดพระธรรมกายอีก

ahr0cdovl3blms5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqymy8ymte4njmwlzc0ote4ms0wms5qcgc

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผย หลังประชุมร่วมแผนการจับกุมพระธัมมชโย นานกว่า 3 ชม. ยังบอกไม่ได้ขอศาลหมายค้นอีกหรือไม่

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยหลังประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการวางแผนติดตามจับกุมตัว พระธัมมชโย นานกว่า 3 ชั่วโมงว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ จะไปขอศาลเพื่อออกหมายค้นวัดพระธรรมกายได้ในวันใด เนื่องจากการประชุมในวันนี้เป็นเพียงการวางพื้นฐานความพร้อมให้แต่ละหน่วยงาน และจะต้องมีการหารืออีกครั้ง

ส่วนที่ทางวัดพระธรรมกายเริ่มมีกระแสข่าวว่าเจ้าหน้าที่จะเข้าตรวจค้นวัดในวันอังคารที่ 13 ธันวาคม พล.ต.อ.ศรีวราห์ ระบุว่ายังไม่มีข้อสรุป ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ว่าพร้อมเมื่อใด โดยกำลังตำรวจเป็นเพียงฝ่ายสนับสนุน ตามคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ส่วนที่มองว่ากระแสข่าวเป็นการปลุกระดมลูกศิษย์วัดให้มาขัดขวางการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ส่วนตัวไม่เป็นกังวล แต่หากมีการขัดขวางก็ต้องดำเนินคดีอย่างแน่นอน และขณะนี้นี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้คำสั่ง คสช. มาตรา 44 ในการจับกุมตัวพระธัมมชโย

หนุ่มคิดสั้นดิ่งอาคารจอดรถชั้น9ห้างดังดับสยอง

เกิดเหตุชายโดดอาคารจอดรถชั้น 9 ห้างดัง ดับสยอง ตรวจสอบพบจดหมายลาตาย

ahr0cdovl3blmi5pc2fub29rlmnvbs9ucy8wl3vklzqymy8ymte5nte0lzc0oti1mc0wms5qcgc

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.โชคชัย เข้าตรวจสอบเหตุชายพลัดตกจากลานจอดรถห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ย่านลาดพร้าว เสียชีวิต ตรวจสอบจุดเกิดเหตุบริเวณพื้นด้านหลังลานจอดรถของศูนย์การค้า พบศพ นายเสกสรร โชติพ่วง อายุ 41 ปี สภาพศพกระโหลกศีรษะด้านหลังยุบ ตาค้าง อ้าปาก มีคราบปูนติดอยู่ที่มือ สวมเสื้อเชิ้ตยีนส์สีฟ้าแขนยาว กางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม

จากการตรวจสอบในตัวผู้ตาย พบกระเป๋าสตางค์มีเงินสดจำนวหนึ่ง โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง พร้อมกับพบจดหมาย 1 ฉบับ เขียนเบอร์โทรศัพท์ของน้องสาว ระบุว่าให้เก็บศพไว้ 1 วัน ขณะที่จากการสอบถามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของห้าง เปิดเผยว่า ช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ในระหว่างที่เดินตรวจตราบริเวณลานจอดรถชั้น 9 พบรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า วีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฆร 1546 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นของผู้ตายจอดอยู่ ก่อนที่ในช่วงเวลาประมาณ 05.30 น. จะพบศพผู้ตายตรงบริเวณดังกล่าว จึงได้ทำการแจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้นำร่างผู้เสียชีวิตส่งสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อชันสูตรหาสาเหตุ และเตรียมประสานญาติให้รับทราบต่อไป

พ่อค้า-แม่ค้าลอบเล่นไฮโลกลางตลาดขอนแก่น

พ่อค้า-แม่ค้า ลอบเล่นไฮโล กลางตลาดดังขอนแก่น รวบ 5 นักพนัน พร้อมอุปกรณ์การเล่นและเงินสดจำนวนมาก
พ.ท.พิทักษ์พล ชูศรี หัวหน้าชุดปฏิบัติการกองกำลังรักษาความสงบพื้นที่ขอนแก่น (กกล.รส.จว.ขอนแก่น) พร้อมด้วย พ.ต.ท.นรวัฒน์ คำภิโล รอง ผกก.(สส.) สภ.เมืองขอนแก่น นำกำลังสารวัตรทหารจาก มทบ.23 สนธิกำลังร่วมเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นในบริเวณตลาดสด ซึ่งตั้งอยู่ริมถนนมิตรภาพ เขตเทศบาลนครขอนแก่น หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวนมาก ว่ามีการลักลอบเล่นการพนัน โดยกำลังเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมนักพนันได้ทั้งหมด 5 ราย พร้อมของกลางเงินสด และอุปกรณ์การเล่นการพนันรวมหลายรายการ และรถจักรยานยนต์ 7 คัน

พ.ท.พิทักษ์พล กล่าวว่า พื้นที่ตลาดแห่งนี้ ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมการลักลอบเล่นการพนันมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดเมื่อกลางเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมาแต่ยังคงฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. ด้วยการเปิดให้มีการเล่นการพนันห่างจากจุดเดิมไม่มากนัก ขณะที่ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ที่ถูกจับกุมตัวได้ เป็นพ่อค้าและแม่ค้าภายในตลาดดังกล่าว

รวบ จนท.การข่าว DSI พร้อมสมุน เล่นการพนัน

เมื่อเวลา 01.00 น .(วันนี้ 22 ม.ค.) ร.ต.อ.เนติธร รัตนสุชานันท์ รอง สวป. สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี สืบทราบว่าวินจยย.รับจ้าง บริเวณสี่แยกซอยวัดบุญกัญจนาราม ตัดถนนจอมเทียนสายสอง ม.12 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง มีการมั่วสุ่มเสพยาเสพติด และลักลอบเล่นการพนันอย่างไม่เกรงกลัวกฏหมาย จึงนำกำลังเดินทางไปตรวจสอบ พบว่าวินรับจ้างดังกล่าว สร้างเป็นเพิงไม้ โดยมีชายฉกรรจ์กำลังมั่วสุ่มเล่นกาพนันอยู่เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ พบผู้ต้องหากำลังก้มหน้าก้มตาเล่นการพนัน น้ำเต้า-ปู-ปลา กันอย่างสนุกสนาน เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงตัวเข้าจับกุม ผู้ต้องหาพยายามจะวิ่งหลบหนี แต่เจ้าหน้าที่ตำรวตได้ปิดล้อมเอาไว้แล้ว จึงสามารถจับกุมได้ทั้งหมด 5 คน พร้อมตรวจยึดของกลางเงินสด และอุปกรณ์การเล่นพนันปู-ปลาอีกจำนวนหนึ่ง ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวน สภ.เมืองพัทยาสอบสวน ผู้ต้องหา ประกอบด้วย วินจยย.รับจ้างลูกสมุนจำนวน 4 คน โดยมีนายวิทยา ประเหมือน อายุ 33 ปี เป็นหัวหน้าวินจยย. รับเป็นเจ้ามือ ตำรวตตรวจค้นภายในกระเป๋าสะพายสีดำ พบอาวุธปืนปลอม 1 กระบอก อาวุธมีดพกสั้น 2 เล่ม วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง โพยฟุตบอลต่างประเทศ และพบบัตรเจ้าหน้าที่การข่าวศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาค 2 หรือ ดีเอสไอ บัตรเจ้าหน้าที่ส่งสำนวน สภ.เมืองพัทยา สาขาโค้งดงตาล และบัตรผู้สื่อข่าว สำนักข่าวท้องถิ่นเมืองพัทยา ระบุชื่อนายวิทยา ทั้งหมด ซึ่งตำรวจนำตัวมาตรวจปัสสวะพบว่าเป็นสีม่วงอีกด้วยนายวิทยา ให้การอ้างว่า ก่อนหน้านี้ เคยทำงานแบบใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจมานาน แต่รู้สึกไม่รุ่ง จึงหันเหเปิดวินจยย.รับจ้าง เป็นของตนเอง พร้อมเปิดบ่อนการพนันควบคู่ไปด้วย โดยมีชาวบ้าน และวินจยย.ใกล้เคียง ต่างวนเวียนมาเล่นอย่างไม่ขาดสาย สุดท้ายไม่รอดถูกตำรวจจับยกแก๊ง เบื้องต้นตำรวจได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐานก่อนคุมตัวผู้ต้องหา ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ยังระบุด้วยว่า นายวิทยา จะชอบอวดเบ่งเป็นตำรวจ และชอบช่วยตำรวจอยู่โรงพักย่อยโค้งดงตาล และชอบอ้างตัวเป็นนักข่าวอีกด้วย ส่วนพฤติกรรมการกระทำผิดเกี่ยวกับการพนันชัดเจน เบื้องต้นตำรวจจึงควบคุมตัวพนักพนันทั้ง 5 คนพร้อม ของกลางไปดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเปิดเผยด้วยว่า นายวิทยา หนึ่งใน 5 ผู้ต้องหาที่ถูกจับมานั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องตรวจสอบประวัติอย่างละเอียดว่า มีพฤติกรรมอวดเบ่งเป็นเจ้าหน็าที่ DSI หรืออ้างว่าเป็นตำรวจไปก่อเหตุกับใครด้วยหรือไม่ หากพบว่ามีผู้เสียหายแจ้งความ ว่าเคยก่อเหตุใดๆ มาก็จะแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไปอีกด้วย”

“เมอร์เรย์”แชมป์ปารีสมาสเตอร์ส

สมศักดิ์ศรี มือ 1 ของโลกคนใหม่ “แอนดี เมอร์เรย์” หวดชนะ จอห์น อิสเนอร์ 2-1 เซต ผงาดแชมป์เทนนิส ปารีส มาสเตอร์ส
ศึกเทนนิสเอทีพีทัวร์ รายการ ปารีส มาสเตอร์ส ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นการแข่งขันในประเภทชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ ระหว่าง แอนดี เมอร์เรย์ นักหวดจากสหราชอาณาจักร ที่ได้แต้มสะสมจากการเข้าสู่รอบชิงรายการนี้ เพียงพอสำหรับการขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกแทนที่ โนวัค ยอโควิช จากเซอร์เบียเรียบร้อยแล้ว โคจรมาพบกับ จอห์น อิสเนอร์ มือ 27 ของโลกจากสหรัฐ

ปรากฏว่าแมทช์นี้ อิสเนอร์ โชว์เสิร์ฟเอซได้ 18 ครั้ง แต่ เมอร์เรย์ ยังมีฟอร์มการเล่นที่เหนือกว่า ทำให้หนุ่มแดนสกอตต์ปิดฉากการแข่งขันที่ปารีสได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยชัยชนะ 2-1 เซต 6-3, 6-7 (4-7), 6-4 คว้าแชมป์ระดับมาสเตอร์สไปครองเป็นรายการที่ 14 และเป็นแชมป์รายการที่ 43 ในการเล่นอาชีพ รวมทั้งจะได้ขึ้นเป็นมือ 1 ของโลกอย่างเป็นทางการจากการประกาศของเอทีพีเวิล์ดทัวร์ในวันจันทร์นี้ตามเวลาท้องถิ่น