ผู้ร่วมทดลอง 158 พิสูจน์เรื่อง วิตามินรวม

การทดลองรับ วิตามินรวมและแร่ธาตุในช่วงเวลา 1 ปี
ผลการศึกษาพบว่า อุบัติการณ์ของการเจ็บป่วยที่สัมพันธ์กับการติดเชื้อในผู้ที่ได้รับวิตามินและแร่ธาตุเสริม มีน้อยกว่าในกลุ่มที่ไม่ได้รับ วิตามินและแร่ธาติเสริม

นายแพทย์โรเบิร์ต เอช เฟลตเชอร์ และนายแพทย์แคทลีน เอ็ม แฟร์ฟิลด์ (Robert H. Fletcher and Kathleen M. Fair field) จากวิทยาลัยแพทย์ ฮาร์วาร์ดและวิทยาลัยสาธารณสุขฮาร์วาร์ด ได้ตีพิมพ์ผลงานลงวารสารสมาคมแพทย์อเมริกัน (The Journal of the American Medical Association) โดยแนะนำว่าผู้ใหญ่ควรรับประทานวิตามินรวมเพื่อเสิรมอาหารวันละ 1 เม็ด จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง และโรคกระดูกพรุน

การศึกษาในศูนย์แพทย์ 2 แห่งในรัฐนอร์ทแคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ให้ผู้เข้าร่วมการทดลองจำนวน 158 รายได้รับวิตามินรวมและแร่ธาตุในช่วงเวลา 1 ปี ผลการศึกษาพบว่าอุบัติการณ์ของการเจ็บป่วยที่เกี่ยวกับการติดเชื้อ ของผู้ที่ได้รับฯ คิดเป็นเพียง 48% ซึ่ง มีน้อยกว่า ในกลุ่มผู้ที่ไม่ได้รับฯ คิดเป็นการเจ็บป่วยถึง 73%

รายงานการหยุดงาน ของผู้ได้รับวิตามินฯ คิดเป็นเพียง 21% ซึ่ง ต่ำกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับวิตามินฯ คิดเป็น 57% ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน ซึ่งมักมีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำอยู่แล้ว โดยพบว่าผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ได้รับวิตามินและแร่ธาตุเสริม มีรายงานการติดเชื้อถึง 93% แต่ถ้าได้รับวิตามินแร่ธาตุเสริม จะติดเชื้อเพียง 17% เท่านั้น

ผลสรุปนี้ชี้ให้เห็นว่า การรับประทานวิตามินรวมและแร่ธาตุเสริม สามารถลดอุบัติการณ์ของการติดเชื้อและการลาหยุดงานจากสาเหตุการติดเชื้อลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งผลการศึกษานี้สามารถเป็นแนวทางการดูแลร่างกายของคนที่ต้องการทำงานหนักทุกวันให้มีโอกาสมีสุขภาพที่แข็งแรง พร้อมต่อสู้กับการทำงาน

ข้อดีอีกอย่างหนึ่ง ในการรับประทาน วิตามินแร่ธาตุรวมในเม็ดเดียว หรือเป็นเจลแบบซองเดียว ซึ่งมีความสะดวกอยู่แล้ว คือ มีราคาถูกกว่า วิตามินที่แยกชนิดละเม็ด

ข้อด้วยของวิตามินแร่ธาตุรวมชนิดเม็ด ตรงที่ปริมาณความต้องการของแต่ละคนแตกต่างกัน ด้วยเหตุที่แต่ละคนรับประทานอาหารแตกต่างกัน สารอาหารที่ได้รับจากอาหารก็ไม่เท่ากัน เพศ วัย กิจกรรม ของแต่ละคนก็ต่างกัน ส่งผลให้ความต้องการสารอาหารของแต่ละคนไม่เท่ากัน สตรีช่วงที่มีประจำเดือนจะต้องการธาตุเหล็กสูงกว่าชายสูงอายุ เป็นต้น และในบางกรณีที่ได้รับวิตามินบางอย่างเพียงพออยู่แล้ว แต่ยังเสริมด้วยเม็ดวิตามินรวมเข้าไปอีก ซึ่งหากได้รับเกินติดต่อกันเป็นเวลานานก็จะเป็นพิษ เช่น วิตามินเอ และ แคลเซี่ยมเป็นต้น

ดังนั้น วิตามินและเกลือแร่รวมจึงไม่ควรรับประทานติดต่อกันเป็นเวลานาน และเวลาเลือกซื้อควรพิจารณาสัดส่วนของ วิตามินที่ละลายได้ในไขมันคือ วิตามิน เอ ดี อี เค เบต้าแคโรทีน (A, D, E, K, Beta Carotene) ให้มีปริมาณครึ่งหนึ่งของที่ร่างกายควรได้รับในแต่ละวัน (RDI) เพราะวิตามินที่ละลายได้ในไขมันจะมีการสะสมในร่างกาย ส่วนวิตามินที่ละลายได้ในน้ำเช่น วิตามินบีทุกชนิด และวิตามิน ซี (All Vitamin B, Vitamin C) หากได้รับเกินกว่าที่ร่างกายต้องการก็ไม่ค่อยเกิดโทษ เพราะร่างกายจะขับวิตามินที่เกินออกทางปัสสาวะ ดังนั้นสามารถรับประทานวิตามินที่ละลายได้ในน้ำในปริมาณเท่ากับที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวันหรือ 100% RDI ก็จะปลอดภัย