คลังเก็บรายเดือน: มกราคม 2017

‘ต้อง’ หย่าแล้วสบายตัว ไม่สะเทือนคนเรียก ‘แม่ม่าย’

ถ้ายังจำกันได้ ปีที่แล้ว ต้อง-ศุภัชญา รื่นเริง ดีเจสาวจากคลื่นเอฟเอ็มวัน 103.5 ตกเป็นข่าว ม่ายรอเก้อ เมื่ออดีตสามีอาจารย์มหาวิทยาลัยเบี้ยวนัดเซ็นใบหย่า มาต้นปีนี้สาวต้องยิ้มร่า เพราะได้หลุดพ้นจากชีวิตคู่ที่ไม่สมหวังซะที โดยต้องเปิดเผยทุกอย่างว่า

สบายตัว สบายใจมากเลย หลังจากที่ปีที่แล้วก็รู้ ๆ กันอยู่ว่ามีปัญหา เครียดมาก แต่พอทุกอย่างจบ เซ็นเอกสารหย่าเรียบร้อยก็โล่งแล้ว สบายใจ แต่ก็ถือว่าจบกันไม่ดีหรอก แต่มันก็ดีที่สุดในสถานการณ์ตอนนั้น ถ้าจบกันด้วยดีก็คงจบที่การคุยกัน หย่ากัน แต่พอมีเรื่องของทนายเข้ามา ขอแบ่งทรัพย์สินอะไรกัน ก็กว่าจะตกลงกันได้ เพราะมันไม่มีทรัพย์สินอะไรให้แบ่ง สิ่งที่เขาขอมาก็คือเงินซอง ที่เขาขอแบ่ง ซึ่งเราก็ไม่มีปัญหา ก็ให้ไป แต่มันเป็นเงินซองที่เขาให้เรามาแล้วตอนแต่ง ถ้าเป็นในแง่นั้นเราก็รู้สึกว่ายังกล้าเอาคืนด้วย แต่ก็ไม่เป็นไรถ้ามันจะทำให้จบได้ก็ยินดี ก็แบ่งไป 4 แสน คือตอนแต่งกัน สินสอดเราก็ไม่ได้เยอะ เขาก็บอกว่างั้นเงินซองให้ต้องไปแล้วกัน แต่เราก็คิดว่าเขาก็ไม่ได้มาจ่ายเงินเดือน เราก็ดูแลตัวเอง เราไม่ได้ผิดอะไร เราไม่ได้มีชู้ พอจะหย่าแล้วไม่หย่าต้องมาแบ่งเงินกันอีก

ก็เป็นเรื่องที่สะเทือนใจ ซึ่งมันก็จบไม่ดี แต่เราก็อยากจบ ตอนที่เป็นข่าวที่ว่าหย่ากัน นัดกันไปที่เขตแล้วไม่ได้หย่า เขาไม่มาตามนัด ก็ได้หย่าหลังจากวันนั้นอีก 1 อาทิตย์ ต้องขอบคุณสื่อมวลชนด้วยที่ตามทำข่าว ไม่งั้นมันไม่มีอะไรมากดดัน วันนั้นเขาก็อ้างว่าเขามา แต่ทำไมเราหาเขาไม่เจอ เขาทำแบบนี้คือหักหน้า หลังจากนั้นเขาก็นัดมาใหม่ถึงจะได้หย่า แค่ได้ออกมาจากตรงนั้นก็แฮปปี้แล้ว

ไม่เข็ดความรักนะ ยังมองว่าเป็นสิ่งที่สวยงามและจำเป็นกับชีวิต ยังรู้สึกว่าเป็นสิ่งที่ดี ก็คิดว่าสักวันคงจะเจอความรักที่ดี ตอนนี้ก็ไม่มีใครมาจีบหรอก สักคนก็ไม่มี อาจจะไม่กล้าเข้ามา หรืออาจจะไม่รู้ว่าหย่าแล้ว เพราะตอนนั้นที่เป็นข่าวมันอยู่ในขั้นตอนของการหย่าแต่ยังไม่ได้หย่า พอหย่าเสร็จแล้วยังไม่ได้บอกใครด้วย หลังจากนี้คงมีมั้ง (หัวเราะ) ก็อยากมีความรักอยู่นะ ถ้าเกิดเรามีใครสักคนที่แชร์ความทุกข์ความสุขได้ พูดคุยปรึกษา มันก็ดี แต่ว่ามันต้องอยู่ในจุดที่เราแฮปปี้ด้วย ที่ผ่านมามันมี แต่มันไม่ได้แฮปปี้ มันเลวร้าย เลยรู้สึกว่าถ้าได้เจอที่ดี ๆ ก็อาจจะดี แต่ยังไม่มา ยังมีทัศนคติที่ดีกับความรัก เพียงแต่ตัวเองแค่โชคร้ายเฉย ๆ แต่ต้องสองปีและหลุดมาได้ก็ถือว่าโชคดี บางคนเขานานกว่าเราอีกแล้วหลุดไม่ได้ คิดบวกตลอด ชีวิตเราต้องดำเนินต่อ เคยคิดว่าชีวิตมาถึงจุดนี้ได้ยังไง ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะต้องเป็นม่ายตอนอายุ 30 ต้น ๆ แต่คิดไปคิดมาถ้าอยากทำอะไรก็ทำเถอะ ชีวิตอีกยาวไกล ตั้ง 20-30 ปี กว่าจะแก่ ก็ถือเป็นสิ่งที่ดีให้เราได้เรียนรู้เร็ว ก็สบายนะรับได้ที่คนเรียกแม่ม่าย ถ้าเป็นเมื่อก่อนอาจจะเครียด แต่ยุคนี้คนเปิดมากขึ้น คนมองที่ตัวเราใช้ชีวิตยังไงมากกว่าคำว่าม่าย จะมีความรักก็ยังใช้ใจดูเหมือนเดิม แต่ถ้าอนาคตมันจะไม่ดีอีกก็ช่วยไม่ได้แล้ว

หลอนซ่อนเงื่อน! ‘ร่างทรง’ นอนตายเปลือยปริศนา ตาเบิกกว้าง คล้ายวิ่งหนีสิ่งลี้ลับ

หลอนซ่อนเงื่อน! ร่างทรง นอนตายเปลือยปริศนา ตาเบิกกว้าง คล้ายวิ่งหนีสิ่งลี้ลับ

(21 ม.ค.) เวลา 17.30 น. ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา พร้อมหน่วยกู้ภัยฮุก 31 ตรวจสอบสภาพศพ นายประเสริฐ อายุ 50 ปี ชาว อ.เมือง จ.ราชบุรี มีอาชีพเป็นหมอดูร่างทรง นอนเสียชีวิตลักษณะไม่สวมเสื้อผ้าแม้แต่ชิ้นเดียว บริเวณพื้นดินหน้าบ้านพักเลขที่ 434 ซอยสามยอด 11 ต.สุรนารี บ้านพักชั้นเดียว ปลูกอยู่กลางป่ารกทึบ

สภาพศพเปลือยกาย นอนคุดคู้ ตาค้าง ลักษณะคล้ายวิ่งหนีอะไรบางอย่าง คาดว่าเสียชีวิตมาแล้ว 6 ชั่วโมง ตามร่างกายไม่พบร่องรอยการต่อสู้หรือถูกทำร้ายร่างกาย ตรวจสอบภายในบ้านพบข้าวของกองกระจัดกระจายรกรุงรัง มีโต๊ะวางพระพุทธรูป เครื่องรางของขลังมากมาย ตำราโหราศาสตร์ บัตรเอทีเอ็ม โทรศัพท์มือถือ และเงินสด 3,415 บาท

สอบสวนเพื่อนบ้านที่พบศพ บอกว่า ผู้ตายมีอาชีพเป็นหมอดูร่างทรง มีลูกศิษย์มากมายทั่วภาคอีสาน มีสติสมประกอบดี ไม่ใช่คนบ้าหรือเสียสติ ก่อนนี้พบผู้ตายเดินสายดูตำราโหราศาสตร์ให้ลูกค้าตามปกติ กระทั่งพบเสียชีวิตร่างเปลือยเปล่าอยู่หน้าบ้าน ลักษณะท่าทางแปลกประหลาด โดยไม่รู้สาเหตุ เชื่อว่าน่าจะเกี่ยวข้องกับสิ่งเร้นลับ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่นำศพผ่าพิสูจน์ที่ รพ.มหาราชนครราชสีมา เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงต่อไป

วิวาห์อลเวง เจ้าบ่าวถูกจับแต่งตัวเป็นผีทหาร ทดสอบว่ารักเจ้าสาวลึกซึ้งแค่ไหน

วิวาห์อลเวง เจ้าบ่าวถูกจับแต่งตัวเป็นผีทหาร ทดสอบว่ารักเจ้าสาวลึกซึ้งแค่ไหน

เว็บไซต์ข่าวประเทศจีนรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา งานแต่งงานหนึ่งในหมู่บ้านยูนสุ่ยพู่ เมืองเซ่าหยาง มณฑลเหอหนาน เจ้าบ่าวหนุ่มต้องกลายเป็นที่ตลกขบขัน เนื่องจากถูกบรรดาเพื่อนๆ ทั้งผู้ชายผู้หญิงจับแต่งตัวเป็นเหมือนกับกุ่ยจื่อหรือผี ซึ่งเป็นคำที่ชาวจีนใช้เรียกชาวต่างด้าวที่บุกรุกประเทศจีน

พร้อมทั้งแบกปืนยาวเก่าๆ มาให้ถือ ผูกขวดเบียร์ห้อยเอว แต่งหน้าแต่งตาให้จนดูเหมือนคนญี่ปุ่น อีกทั้งยังร้องตะโกนเสียงดังว่า คนบ้า พากันเดินยกขบวนไปบ้านเจ้าสาวเพื่อไปรับตัวว่าที่ภรรยาของเขามาเข้าพิธี

โดยชาวบ้านบอกกันว่า ขนบธรรมเนียมประเพณีจับเจ้าบ่าวแต่งตัวและแกล้งเจ้าบ่าวนี้ เป็นการทดสอบว่าเจ้าบ่าวรักเจ้าสาวลึกซึ้งมากแค่ไหน

ลูกสาวเปิดใจ น่าอโหสิกรรมไหม กระบะไม่ให้กู้ชีพไปช่วยแม่

ตร.บางบัวทอง เผยคดีรถฉุกเฉินชนกระบะแล้วรอประกัน จนทำให้ไปรับผู้ป่วยหนักไม่ทันและเสียชีวิต สั่งปรับทั้ง 2 ฝ่าย ด้าน ลูกสาวผู้ตายบอกยังไม่คิดฟ้องรถกระบะ รอให้จบงานศพก่อน

ลูกสาวเปิดใจ น่าอโหสิกรรมไหม กระบะไม่ให้กู้ชีพไปช่วยแม่

จากเหตุการณ์ รถตู้ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียน กร -1767 นนทบุรี ซึ่งเป็นรถกู้ชีพของโรงพยาบาลบางบัวทอง มีนายณัชพล อายุ 35 ปี เป็นผู้ขับขี่กำลังเดินทางไปรับผู้ป่วย แต่ได้เกิดเฉี่ยวชนกับรถยนต์กระบะ คู่กรณี ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน ถธ-6997 กทม.มี นายชัยวัฒน์ อายุ 53 ปี เป็นคนขับ

จากการตรวจสอบรถกู้ชีพพบรอยเฉี่ยวที่ท้ายรถด้านซ้าย มีสีถลอกเล็กน้อย ส่วนรถยนต์กระบะมีรอยเฉี่ยวชนที่กันชนด้านหน้าขวา ได้รับความเสียหายเล็กน้อยเช่นกัน คนขับรถกระบะไม่ยินยอมให้รถพยาบาลออกจากที่เกิดเหตุเนื่องจากยังตกลงกันไม่ได้ จนกว่าประกันจะมา ก่อนที่ทางทีมพยาบาลประสานจะแจ้งรถคันใหม่ไปรับ กินเวลากว่านาน ทำให้ผู้ป่วย เสียชีวิต ในเวลาต่อมา

ล่าสุด เมื่อวันที่ (19 ม.ค.60) เวลา 17.00 น.ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ สภ.บางบัวทอง เพื่อเข้าพบ พ.ต.อ.อรรณพ นวมนาคะ ผกก.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี เปิดเผยว่า จากการสอบถามร้อยเวรเจ้าของคดี ทราบว่า รถกู้ชีพรีบไปรับผู้ป่วยที่หมู่บ้านบัวทอง

แต่รถได้เฉี่ยวชน กับรถกระบะ และคู่กรณีตกลงกันไม่ได้ จึงเดินทางมา ที่ สภ.บางบัวทอง และทำการสอบสวน พร้อมทั้งแจ้งข้อหาประมาทร่วม โดยเสียค่าปรับ คนละ 400 บาท ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ

และทราบว่า ผู้ป่วยที่ติดต่อให้รถกู้ชีพจะไปรับที่หมู่บ้านบัวทอง ได้เสียชีวิตลง ก็รู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะรถพยาบาลคันใหม่ที่จะไปรับช่วงแทน ใช้เวลานานกว่า 30 นาที ประกอบกับทางผู้ป่วยมีอาการหนัก ส่วนเรื่องการเรียกร้องสิทธิ ต่างๆ จากญาติคนเจ็บนั้นขณะนี้ยังไม่มีการมาแจ้ง เพราะยังอยู่ในอาการเศร้าโศก ต้องรอว่าทางญาติจะตัดสินใจอย่างไรต่อไป

ทางด้านทีมเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.บางบัวทอง ที่ปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 18 ม.ค.60 นายณัชพล , น.ส.อำภา , น.ส.ลัลนา เปิดเผยว่า การออกปฏิบัติหน้าที่แต่ละครั้ง รถ ems ต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะว่าชีวิตคนสำคัญถ้าเราช้าไปเสียววินาทีหนึ่ง เราอาจเสียคนสำคัญของครอบครัวๆ หนึ่ง

จากเหตุการณ์เมื่อวานตนรู้สึกท้อและกดดันหลายอย่าง พอเจอเหตุการณ์แบบนี้เราก็ลำบากใจ อยากฝากถึงประชาชนที่ใช้รถใช้ถนนถ้าได้ยินเสียงรถกู้ชีพหรือกู้ภัย ทุกคันเร่งที่จะไปช่วยคนไข้ที่อาจจะเป็นญาติคุณก็ได้ หลบให้รถฉุกเฉินสักนิดหนึ่ง

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่ วัดคงคา ริมถนน ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี ที่ศาลา 3 พบว่า มีพระและญาติ ได้เคลื่อนย้ายศพ นางชูศรี อายุ 74 ปี จากศาลา 3 มาที่ ศาลา 6 โดยมีญาติและลูกหลาน กำลังเตรียมการอยู่ที่บนศาลา

สอบถาม น.ส.พร (นามสมมติ) เป็นบุตรสาวของ นางชูศรีฯ เปิดเผยว่าวันนี้ได้เดินทางไปที่ สภ.บางบัวทอง พร้อมนำเอกสารการเสียชีวิตไปให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมกับไปแจ้งลงบันทึกการเสียชีวิตด้วย

ส่วนการแจ้งความหรือเอาผิดกับทางคนขับรถกระบะนั้น ต้องรอปรึกษากับญาติๆ ก่อนว่า จะดำเนินการกันอย่างไรต่อ เพราะตอนนี้วุ่นวายเรื่องงานศพของแม่อยู่คงต้องรอให้เสร็จก่อนค่อยว่ากันอีกครั้ง อีกอย่างช่วงนี้กระแสข่าวแรงมากก็เกรงอยู่เหมือนกัน

ต่อมาทางผู้สื่อข่าวถามว่า จะอโหสิกรรม ให้กับผู้ที่ขับขี่รถยนต์กระบะซึ่งเป็นคู่กรณีกับรถพยาบาลหรือไม่ น.ส.พร(นามสมมติ) ตอบด้วยสีหน้าไม่พอใจว่า น่าอโหสิกรรมไหมละ ก่อนที่จะขอตัวเดินไปจัดเตรียมเรื่องในพิธีงานศพต่อ ซึ่งจะตั้งศพสวดพระอภิธรรม ไปจนถึงวันที่ 22 ม.ค.60 และจะฌาปนกิจ วันที่ 23 ม.ค.60 เวลา 16.00 น.

ปวีณา ร่วมรับศพหนูน้อย5เดือน โดนแม่วัยใสทำร้าย ครอบครัว สุดอาวรณ์

คืบหน้ากรณีผู้เป็นย่าเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 13 มกราคม ที่ผ่านมา ว่า ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 5 เดือน หลานสาว ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัสต้องผ่าตัดสมอง โดยมีเพื่อนบ้านเป็นพยานรู้เห็นว่า หลานสาวน่าจะถูก น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นลูกสะใภ้ทำร้ายร่างกาย โดย ด.ญ.เอ ได้รักษาตัวอยู่ในห้อง ไอ.ซี.ยู. รพ.ศิริราช ซึ่งในวันนี้ ด.ญ.เอ ได้เสียชีวิตลงแล้ว

ปวีณา ร่วมรับศพหนูน้อย5เดือน โดนแม่วัยใสทำร้าย ครอบครัว สุดอาวรณ์

ใบมรณะบัตรระบุสาเหตุการเสียชีวิตของหนูน้อย มาจากอวัยวะสำคัญของร่างกายถูกกระแทกอย่างรุนแรงโดยเฉพาะบริเวณศีรษะมีอาการกะโหลกร้าวและมีเลือดคลั่งในสมองและมีอาการไตวาย นอกจากนี้ ยังพบร่องรอยฟกช้ำหลายแห่งตามร่างกายของหนูน้อยอีกด้วย ซึ่งผู้เป็นแม่วัย 17 ปี ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา โดยฝ่ายพ่อของหนูน้อยยืนยันว่าเคยพบเห็นภรรยาหรือผู้เป็นแม่ของหนูน้อยทำร้ายร่างกายลูกหลายครั้ง ประกอบกับคำให้การของเพื่อนบ้านซึ่งเคยพบเห็น การทำร้ายร่างกายของหนูน้อยเช่นกัน ซึ่งนั่นอาจเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของหนูน้อยรายนี้

มูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรีจะดูแลค่าใช้จ่ายในการทำศพและฌาปนกิจ เบื้องต้น 1 หมื่นบาท รวมถึงในส่วนของคดีที่เกิดขึ้นกับเด็กและผู้เกี่ยวข้องเป็นเยาวชน ทางมูลนิธิจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปหาทางช่วยเหลือเยียวยาต่อไป

ส่วนความคืบหน้าของคดี ขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐาน โดย พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อรัญวัฒน์ รอง ผบก.น.8 เปิดเผยว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวนสน.บุปผาราม ยังต้องสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะแม่ของเด็ก ซึ่งยังเป็นเยาวชนที่ต้องมีเจ้าหน้าที่จาก ก.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ร่วมสอบปากคำด้วย และพยานแวดล้อมอื่นๆ เพิ่มเติมก่อนจะมีการพิจารณาอีกครั้ง ในวันนี้ผลชันสูตรออกมาแล้วก็ถือเป็นหลักฐานสำคัญในการพิจารณาก่อนแจ้งข้อกล่าวหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

เผาแล้ว! ศพทอมสาวโดนอุ้มฆ่า ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัย

จากกรณีที่ น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง หรือหญิง สาวทอมถูกอุ้มฆ่าฝังดิน จากปมเรื่องชู้สาวกับ น.ส.กรรณิกา กรุมรัมย์ โดยมี พ.ต.อ. อำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี เป็นผู้จ้างวานและบงการฆ่า ส่วนศพของผู้ตายนั้น นายบุญชู พลไธสง และนางสมพิศ ตรัยจันทร์แดง ผู้เป็นบิดา-มารดา ได้มารับไปเพื่อบำเพ็ญกุศลยัง วัดคลองเจริญบุญ บ้านคลองอีแตก อ.เมือง จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2560

เผาแล้ว! ศพทอมสาวโดนอุ้มฆ่า ท่ามกลางความโศกเศร้าอาลัย

เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 16 มกราคม 2560 ซึ่งเป็นวันกำหนดฌาปนกิจศพ น.ส.สุภัคสรณ์ นั้น มีนายฐานิสร์ เทียนทอง อดีต รมช.มหาดไทย เป็นประธานในพิธี ซึ่งในงานเต็มไปด้วยญาติ เพื่อนฝูง และคนรู้จัก ซึ่งน้องชายของ น.ส.สุภัคสรณ์ ได้บวชหน้าไฟให้พี่สาวเพื่ออุทิศส่วนบุญส่วนกุศลหลังผู้เป็นพี่ต้องจากไปโดยไม่มีวันกลับ

โดยหลังจากเคลื่อนศพ น.ส.สุภัคสรณ์ ขึ้นสู่เมรุ บรรดาเพื่อนๆ ที่ร้านอาหารอีสานหมู่เฮา ที่น้องหญิงทำงานเป็นนักร้อง สวมชุดพื้นบ้านมาร่วมเซิ้งหน้าศพ เป็นการส่งวิญญาณเพื่อนสู่สุคติด้วย อีกทั้งยังได้มีการเปิดเพลงของจินตรา พูนลาภ ซึ่งเป็นเพลงที่น้องหญิงชอบร้องในห้องอาหารด้วย

สำหรับบรรยากาศในงานศพ น.ส.สุภัคสรณ์ เต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยผู้เป็นบิดา-มารดา ต่างร่ำไห้ด้วยความคิดถึงลูกสาวตลอดเวลา ขณะเดียวกันมีการเปิดเผยจากเพื่อนสนิทผู้ตายว่า น.ส.สุภัคสรณ์ มาเข้าฝันขอให้ร้องเพลงแผลเก่าเป็นครั้งสุดท้าย แต่เนื่องจากทางญาติไม่ได้เตรียมการไว้จึงไม่มีโอกาสร้องให้ฟังในครั้งนี้

หึงโหด! อดีตสามีเลือดขึ้นหน้า คว้ามีดจ้วงแทงเมียนับ 10 แผล ดับคาวินจยย.

พ.ต.ท.สิทธิศักดิ์ สุริยะโวหาร ร้อยเวรสอบสวน สภ.เมืองปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้หญิงอาชีพจักรยานยนต์รับจ้างถูกแทงด้วยอาวุธมีดนอนเสียชีวิต ที่วินรถจักรยานยนต์หน้าห้างเทสโก้โลตัส สาขาเมืองปทุมธานี ต.บางปรอก อ.เมือง จ.ปทุมธานี จึงไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

หึงโหด! อดีตสามีเลือดขึ้นหน้า คว้ามีดจ้วงแทงเมียนับ 10 แผล ดับคาวินจยย.

พบร่าง นางปนัดดา ศรีคงคา อายุ 41 ปี ชาว ต.บางขะแยง อ.เมือง จ.ปทุมธานี อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง วินโลตัสปทุมธานี มีบาดแผลถูกของมีคมแทงเข้าที่ร่างกายบริเวณหัวไหล่ซ้าย 4 แผล หน้าท้อง 1 แผล และที่บริเวณกลางหลังอีก 7 แผล

โดยผู้ก่อเหตุยืนรอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ทราบชื่อ นายชาญชัย เจตมณี อายุ 44 ปี อยู่บ้านเดียวกับผู้ตาย อาชีพขับรถจักรยานยนต์รับจ้าง วินโลตัสปทุมธานี เช่นเดียวกัน และเป็นพนักงานบริษัทเสริมสุข แผนกควบคุมคุณภาพ เกี่ยวข้องเป็นอดีตสามีผู้ตาย
จากการสอบถามเพื่อนของผู้ตาย กล่าวว่า ตนเห็นนายชาญชัยมายืนรอผู้ตายที่วิน เมื่อผู้ตายขับรถจักรยานยนต์เข้ามา หลังจากไปส่งผู้โดยสาร นายชาญชัยก็เข้าไปทำร้ายด้วยการใช้อาวุธมีดแทง ตนจึงได้แย่งมีดและโยนทิ้งจากนั้นจึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยหลังก่อเหตุก็ไม่ได้หนีไปไหนรอมอบตัวดังกล่าว

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้สอบถามนายชาญชัยทราบว่าตนกับผู้ตายเคยเป็นสามีภรรยากัน แต่เนื่องจากเลิกรากันแล้ว และอ้างว่าถูกแฟนใหม่ของผู้ตายมาเยาะเย้ย และคิดว่าผู้ตายเป็นผู้ที่ใช้ให้มาทำพฤติกรรมดังกล่าว จึงได้เกิดเหตุขึ้น พร้อมได้นำตัวไปโรงพักดำเนินคดีตามกฎหมาย

ในเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบในที่เกิดเหตุพร้อมบันทึกภาพ เก็บไว้เป็นหลักฐาน ส่วนผู้เสียชีวิตมอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิปอเต็กตึ้งนำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อหาสาเหตุการตายก่อนให้ญาติมารับศพเพื่อไปทำพิธีทางศาสนาต่อไป