คลังเก็บหมวดหมู่: Uncategorized

ดอกคำฝอย กับ 10 ประโยชน์ดีๆ และข้อควรระวัง

 

 นอกจาก เจียวกู่หลาน ที่กำลังเป็นที่พูดถึงอยู่ในโลกออนไลน์ในขณะนี้แล้ว สมุนไพรดีๆ ที่หลายคนการันตีถึงสรรพคุณอันดีงามอีกอย่างหนึ่ง หรือ ดอกคำฝอย นี่แหละค่ะ ดอกคำฝอยมีลักษณะอย่างไร และมีประโยชน์อะไรที่เราอาจไม่เคยทราบบ้าง มาดูกันเลย

ดอกคำฝอย มีลักษณะเป็นอย่างไร

ดอกคำฝอย เป็นดอกไม้จากพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่มักปลูกมากกันทางภาคเหนือ ลำต้นสั้น ทนต่อสภาพอากาศ ดอกมีลักษณะกลม กลีบดอกเล็กเรียว และมีดอกเล็กย่อยออกมาหลายดอก สีเหลืองจนไปถึงส้ม หรือส้มแดงเมื่อแก่จัด

ประโยชน์ของดอกคำฝอย

  1. ลดไขมันในเส้นเลือด ป้องกันไขมันอุดตันเส้นเลือด
  2. บำรุงประสาท และระงับประสาท ช่วยผ่อนคลายสมองให้หลับสบาย
  3. ป้องกันโรคความดันโลหิตสูง เพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของโลหิตตามร่างกาย
  4. บำรุงโลหิต สบายลิ่มเลือด
  5. บำรุงหัวใจ ช่วยให้เลือดไหลไปหล่อเลี้ยงที่หัวใจมากยิ่งขึ้น
  6. รักษาอาการไข้หลังคลอดของคุณแม่
  7. แก้หวัดน้ำมูกไหล
  8. บำรุงโลหิตประจำเดือนของเหล่าคุณผู้หญิง
  9. ยับยั้งเชื้อไวรัส และเชื้อแบคทีเรีย
  10. ลดระดับน้ำตาลในเลือด

โทษของดอกคำฝอย

แม้ว่าดอกคำฝอยจะเป็นสมุนไพรที่มีสรรพคุณแทบจะครอบจักรวาล แต่ก็ยังมีข้อควรระวังก่อนทานเช่นกัน ดอกคำฝอยมักถูกใช้เป็นส่วนประกอบของยาสมุนไพร โดยจัดรวมกลุ่มใช้ด้วยกันกับยา หรือพืชตัวอื่นๆ จะไม่ใช้ดอกคำฝอยเดี่ยวๆ เพราะต้องใช้ในปริมาณที่เหมาะสม มิเช่นนั้นอาจส่งผลกระทบต่อระบบเลือดได้

หากทานดอกคำฝอยมากเกินไป หรือติดต่อกันนานเกินไป อาจส่งผลให้มีอาการโลหิตจางได้ ซึ่งทำให้มีอาการอ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย วิงเวียนศีรษะ หรืออาจทำให้โลหิตประจำเดือนมามากผิดปกติ

นอกจากนี้ใครที่กำลังรับประทานยา หรือรับการรักษาโรคที่เกี่ยวกับลิ่มเลือด หรือกำลังทานยาสลายลิ่มเลือดอยู่ ไม่ควรทานดอกคำฝอย เพราะจะยิ่งเพิ่มการสลายลิ่มเลือดให้ออกฤทธิ์มากเกินไปจนอาจเกิดอันตรายต่อร่างกายได้

ใครที่ร่างกายแข็งแรงเป็นปกติดี สามารถทานดอกคำฝอยได้ ปัจจุบันมรผลิตภัณฑ์จากดอกคำฝอยมากมาย ทั้งเครื่องดื่มผสมดอกคำฝอย ชงเป็นชาจากกลีบดอกที่แห้ง หรือจะสกัดออกมาเป็นน้ำมันดอกคำฝอย ทั้งหมดล้วนแล้วแต่ดีต่อสุขภาพทั้งสิ้น แต่ใครที่มีปัญหาสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทานค่ะ

ไข่ดิบ มีประโยชน์ หรือให้โทษต่อร่างกายกันแน่?

มีเพื่อนที่เป็นคนออกกำลังกายหนักๆ หรือผู้ชายที่กำลังเพาะกล้ามกันไหมคะ พวกเขาเหล่านี้จะบริโภคโปรตีนมากกว่าคนอื่น เพราะเชื่อว่าโปรตีนจะช่วยในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ทั้อกไก่ ไข่ต้ม และเนื้อไม่ติดมัน

แต่บางก็ทานไข่ดิบเป็นฟองๆ ซึ่งนอกจากจะมีความเชื่อเรื่องเพาะกล้ามได้ดีขึ้นแล้ว ยังมีความเชื่อว่าจะช่วยโด๊ปให้ร่างกายแข็งแรง เสริมสมรรถภาพทางเพศ

จริงๆ แล้ว ไข่ดิบมีประโยชน์หรือไม่ หรือขะมีโทษอะไรต่อร่างกายหรือเปล่า มาหาคำตอบกันค่ะ

ประโยชน์ของไข่ไก่

ไข่ไก่ เป็นอาหารที่มีโปรตีน และไขมันที่ให้พลังงานและความร้อนราวๆ 70-90 กิโลแคลอรี่ ไข่ไก่ 1 ฟองให้พลังงานเท่ากับการดื่มนม 30 ซีซี หรือเนื้อสัตว์ 42 กรัม

แต่การจะทานไข่ไก่ให้ได้ประโยชน์ ควรต้องทำให้ไข่สุกเสียก่อน เพราะการทานไข่ดิบๆ นอกจากจะไม่ได้คุณค่าทางอาหารอย่างที่ต้องการแล้ว ยังก่อให้เกิดโทษต่อร่างกายหลายประการอีกด้วย

ไข่ดิบ ให้โทษ?

ไข่ดิบมีความลื่นสูงมาก ทำให้ไข่ดิบไหลผ่านลำไส้เล็กไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ลำไส้เล็กดูดซึมไม่ทัน อีกทั้งเมือกของไข่ขาว ยังเข้าไปขัดขวางการทำงานของน้ำย่อยในกระเพาะอาหารอีกด้วย

นอกจากนี้ ในไข่ดิบยังมีสารที่มีชื่อว่า สารอะวิดิน ที่อาจส่งผลทำให้ร่างกายขาดไบโอติน เพราะสารอะวิดินในไข่ดิบ จะไปจับกับสารไบโอติน ซึ่งเป็นวิตามินชนิดหนึ่งของร่างกาย ส่งผลทำให้ร่างกายขาดวิตามินชนิดนี้ จนอาจเกิดผลเสียต่อสุขภาพ

ดังนั้น การรับประทานไข่ดิบ จึงทำให้ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน และอาจทำให้เรารับเชื้อโรคเข้าไปอีกด้วย ดังนั้นการรับประทานไข่ดาว จึงควรทำให้ไข่สุกทั้งสองด้าน หรือสุกทั้งไข่แดง และไข่ขาว เพื่อช่วยกำจัดเชื้อโรคทิ้งไป โดยเฉพาะกับเด็กเล็ก และคนชรา ควรรับประทานไข่ที่สุกแล้วเท่านั้น

หากใครที่ชอบทานเมนูไข่ โปรดทราบเพิ่มเติมเอาไว้ด้วยว่า เราควรทานไข่คู่กับผัก เพราะไฟเบอร์ หรือใยอาหารที่อยู่ในผัก จะช่วยดูดซับคอเลสเตอรอลในไข่ได้ส่วนหนึ่ง และคนที่มีไขมันในร่างกายสูง ควรรับประทานแต่ไข่ต้ม หรือไข่ตุ๋น แทนไข่เจียว ไข่ดาวที่ทอดในน้ำมันพืช เพื่อให้ร่างกายได้รับประโยชน์จากไข่ได้สูงสุด

จริงหรือไม่? อ่านหนังสือในที่มืด ทำให้สายตาสั้น?

สายตาสั้น มีสาเหตุจากอะไร?

ลองนึกถึงสมัยก่อนตอนที่เรายังไม่มีหลอดไฟ หรือไฟฟ้าใช้ คนสมัยก่อนก็อ่านหนังสือด้วยแสงเทียนกันทั้งนั้น ซึ่งไม่น่าจะมีความสว่างมากเพียงพอทุกครั้ง จึงไม่น่าจะเป็นไปได้ที่คนสมัยก่อนจะมีอาการสายตาสั้นกันทุกคน

ดังนั้น อาการสายตาสั้น มักมีสาเหตุหลักๆ มาจากกรรมพันธุ์มากกว่า หากพ่อแม่มีอาการสายตาสั้น ลูกอาจมีโอกาสสายตาสั้นไปด้วยมากถึง 40% ในขณะที่พ่อแม่ที่มีสายตาปกติ ลูกจะมีโอกาสสายตาสั้นเพียง 10% เท่านั้น

เรื่องของเชื้อชาติก็มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเช่นกัน ชาวยุโปรมีโอกาสสายตาสั้นราว 14.5% ในประชากรที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป เฉพาะชาวเยอรมันพบได้ 13% ในอังกฤษพบได้ 26%

สำหรับชาวเอเชียอย่าง จีน ญี่ปุ่น อินเดีย พบประชากรที่มีสายตาสั้นค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับชาวไทย โดยชนชาติที่พบสายตาสั้นน้อยที่สุด คือชาวเอสกิโม อเมริกัน และแอฟริกัน

อ่านหนังสือในที่มืด ทำให้สายตาสั้น?

จักษุแพทย์ส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า การอ่านหนังสือในที่มืด ไม่ได้ทำลายโครงสร้าง และการทำงานของดวงตา แต่จะทำให้ดวงตาของเราอ่อนล้า และส่งผลเสียต่อดวงตาในระยะสั้นเท่านั้น

ทำไมอ่านหนังสือในที่มืด ถึงปวดตา?

สาเหตุที่ทำให้บางคนมีอาการปวดตา ในระหว่างที่อ่านหนังสือในที่ๆ แสงสว่างไม่เพียงพอ เพราะเมื่อเราอยู่ในสภาวะที่ๆ มีแสงน้อย ดวงตาของเราจะมีปฏิกิริยาตอบสนอง โดยเซลล์รูปแท่ง และกรวยในดวงตาจะสร้างเคมีที่ไวต่อแสงมากขึ้น และเคมีตัวนี้จะส่งสัญญาณไฟฟ้าไปที่สมอง กล้ามเนื้อม่านตาจะคลายตัว เพื่อเปิดรับแสงผ่านไปยังเซลล์รับแสงให้มากที่สุด

เซลล์ประสาทในจอตา จะปรับตัวทำงานให้เข้ากับที่ๆ มีแสงน้อยได้ดีขึ้น ดวงตาจะพยายามโฟกัสภาพให้ไปตกบนจอตา การโฟกัสภาพจะทำได้ยาก เนื่องจากความต่างของสีตัวหนังสือ กับกระดาษน้อยลง ทำให้กล้ามเนื้อรอบดวงตา และม่านตาทำงานหนักขึ้น

การอ่านหนังสือในที่มืด ส่งผลให้มีอาการปวดตา ตาแห้ง ปวดคอ หรือเกิดภาพเบลอได้

แต่อาการเหล่านี้จะหายไป หากเราพักสายตา หรือหยุดอ่านหนังสือชั่วขณะ

ถึงแม้ว่าการอ่านหนังสือในที่ๆ มีแสงน้อย จะไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรร้ายแรงในระยะยาวต่อดวงตาของเรา แต่เราก็ควรอ่านหนังสือในที่ๆ มีแสงสว่างเพียงพอ เพื่อสุขภาพของดวงตาของเราเอง

หลีกเลี่ยงบริโภคเนื้อสัตว์เจ็บป่วย

“กรมควบคุมโรค” เตือนไม่ควรนำเนื้อสัตว์ที่ป่วยตายมาบริโภค อาจมีผลกระทบต่อร่างกาย
นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากกรณีเกิดโรคระบาดมีควายล้มตายเป็นจำนวนมากที่จังหวัดสระแก้วนั้น เบื้องต้นสันนิษฐานว่าควายที่ตายเกิดจากโรคเฮโมรายิกเซพติซีเมีย หรือโรคคอบวม โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการนำซากสัตว์ไปฝังกลบ รวมถึงคัดแยกสัตว์ที่เจ็บป่วยออกมาจากสัตว์ปกติ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยังได้ฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อโรคบริเวณคอกควายทั้งหมู่บ้านเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคแล้ว ส่วนอีกเหตุการณ์ที่พบวัวควายล้มป่วยและตายด้วยโรคพยาธิในเลือดในจังหวัดเชียงรายนั้น ขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ออกปฏิบัติการคัดกรอง ฉีดยากำจัดพยาธิในเลือด รักษา ป้องกัน ให้คำแนะนำประชาชนในพื้นที่ และในขณะนี้สามารถควบคุมการระบาดของโรคดังกล่าวให้อยู่ในวงจำกัด และไม่พบสัตว์ป่วยตายเพิ่ม
นายแพทย์เจษฎา กล่าวต่อไปว่า เนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง สัตว์เลี้ยงมีภูมิต้านทานโรคต่ำลง จึงเกิดการล้มป่วยได้ง่าย โดยโรคเฮโมรายิกเซพติซีเมีย หรือโรคคอบวม เป็นโรคในสัตว์ที่ไม่ติดต่อสู่คนและไม่ก่อโรคในคน เชื้อนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียในระบบทางเดินหายใจ ในเวลาปกติสัตว์จะไม่แสดงอาการป่วยแต่เมื่อมีภาวะทำให้เครียด เช่น ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงโดยเฉพาะช่วงปลายฝนต้นหนาว สัตว์จะแสดงอาการป่วยและขับเชื้อออกมาผ่านการขับถ่าย ปนเปื้อนในอาหารและน้ำ และเมื่อสัตว์อื่นมาสัมผัสเชื้อจะทำให้ป่วยและเกิดการแพร่กระจายของโรค สำหรับโรคพยาธิในเลือด ทำให้สัตว์มีอาการซึม ไม่กินอาหาร เยื่อเมือกซีด ไข้สูง อ่อนแรง และอาจตายอย่างเฉียบพลัน เนื่องจากภาวะโลหิตจางขั้นรุนแรง ซึ่งมีแมลงดูดเลือดเป็นพาหะของโรค เช่น เห็บ เหลือบ แมลงวันคอก และยุง เป็นต้น
ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ขอแนะนำประชาชนให้หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ป่วยหรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่วย รวมถึงฉีดวัคซีนให้กับสัตว์เพื่อเป็นการป้องกันการระบาดของโรค ทั้งนี้ เมื่อมีการระบาดของโรคต้องรีบรายงานเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที หากประชาชนพบสัตว์ป่วยผิดปกติ ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ให้มาตรวจสอบโดยเร็ว และควรทำการตรวจสัตว์บริเวณใกล้เคียงด้วย เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดและเป็นการตัดวงจรการแพร่ระบาดด้วย และหากพบสัตว์ป่วยตายด้วยโรคขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อกำจัดหรือทำลายซากสัตว์ป่วย เช่น ขุดหลุมฝังกลบหรือเผาทำลาย ซึ่งการทำลายที่ไม่ถูกวิธีและไม่ทันท่วงทีจะทำให้เชื้อแพร่กระจายและเกิดการระบาดของโรคได้
ที่สำคัญไม่ควรนำซากสัตว์ที่ป่วยตายไปขายหรือบริโภคโดยเด็ดขาด เพราะเป็นการทำให้เชื้อโรคแพร่กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆอย่างรวดเร็ว และผู้ที่บริโภคซากสัตว์ที่ป่วยตายก็อาจได้รับผลกระทบจากยาปฏิชีวนะที่ตกค้างจากเนื้อสัตว์ที่ป่วยตาย โดยเฉพาะในช่วงนี้การบริโภคเนื้อวัวควาย ขอให้ประชาชนปรุงสุกก่อนบริโภคทุกครั้ง ทั้งนี้ ประชาชนสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร 1422